ความสวยที่สาวๆทุกคนคาดหวัง

การดำรงชีวิตของมนุษย์เราทุกวันนี้ คงไม่มีใครหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งปรุงแต่งร่างกายที่เรียกกันว่าเครื่องสำอาง มาปรุงแต่งร่างกาย เพื่อความสวยงาม รักษาความสะอาด รักษาโรคหรือบำรุงร่างกาย ฯลฯ

ผลพลอยได้จากการใช้เครื่องสำอางต่าง ๆนี้ได้เพิ่มความโดดเด่นสวยงามและดูดีให้กับร่างกาย โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นเพศที่รักสวยรักงาม ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน มนุษย์เราได้พยายามคิดหา ตัวยาและวิธีการต่างๆ ที่จะชะลอความแก่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สมัยโบราณการใช้เครื่องสำอางได้จากสมุนไพรจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่และการใช้เครื่องสำอางก็ใช้เฉพาะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตตามวิถีและภูมิปัญญา ผลที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงส่งไม่ผลกระทบต่อร่างกายและการเกิดผลข้างเคียงต่อการใช้น้อยมาก แต่ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มีการพัฒนาการใช้เครื่องสำอางจากธรรมชาติมาเป็นการใช้สารเคมี ทำให้การใช้เห็นผลได้รวดเร็วขึ้น  จึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในสังคมโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากการใช้เครื่องสำอางเหล่านั้นมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

su (2)

อยากสวยคือจุดประสงค์ของสาวๆ

นี่คือปรารถนาสุดยอดในใจของสาวๆ เกือบทั้งโลก ยุคนี้สาวๆ ใจกล้าบางคนพึ่งพามีดคมกริบของหมอศัลยแพทย์ ในขณะที่แทบทุกคนอาศัย“เครื่องสำอาง” ในการตกแต่งใบหน้ารวมถึงผิวพรรณด้วยหลัก“เสริมจุดเด่น ลบจุดด้อย” ทำให้ตลาดคอสเมติกของโลกขยายขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อสนอง Supply ให้ทันต่อ Demand ซึ่งนั่นส่งผลให้มีการผลิตเครื่องสำอางออกมานับหมื่นนับแสนชนิด จากทั้งยี่ห้อระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับ “แบกะดิน”

เครื่องสำอาง  ป็นผลิตภัณฑ์สิ่งปรุงซึ่งนำมาใช้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อความสะอาด สวยงาม หรือเพื่อส่งเสริมให้ เกิดความสวยงาม ทั้งนี้รวมทั้งเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ทุกชนิดเครื่องสำอาง มิได้หมายถึงเฉพาะ ลิปสติก แป้งทาหน้า มาสคารา อายแชโดร์ ดินสอเขียนคิ้วเขียนตาเท่านั้น แต่ เครื่องสำอาง ยังรวมถึงสบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม และผ้าอนามัย เป็นต้น จะเห็นได้ว่า เครื่องสำอาง เป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน สำหรับคนทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย หรือ อาจกล่าวได้ว่าจำเป็นสำหรับทุกคน

วัตถุประสงค์ของการใช้ เครื่องสำอาง ได้แก่

  1. เพื่อบำรุงรักษา และ เพื่อสุขภาพอนามัยของร่างกาย ได้แก่ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ครีมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว เป็นต้น
  2. เพื่อตกแต่งให้สวยงาม เช่น เครื่องสำอางแต่งใบหน้า น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม และอื่นๆ
  3. เพื่อกลิ่นสะอาด เช่น ครีมระงับกลิ่นตัว น้ำยาหลังโกนหนวด น้ำยาบ้วนปาก น้ำหอม เป็นต้น
  4. เพื่อปกป้องผิวหนัง เช่น ครีมกันแดด เป็นต้น

ถึงแม้ว่า เครื่องสำอาง จะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายค่อนข้างต่ำ แต่บางครั้งผู้บริโภคใช้ เครื่องสำอาง แล้วอาจเกิดอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณที่สัมผัสกับ เครื่องสำอาง โดยตรง อาจเกิดอาการได้ตั้งแต่ ระคายเคือง คัน แสบ ร้อน บวมแดง เป็นผื่น ผิวแห้งแตก ลอก ลมพิษ หรือมีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นแผลพุพอง น้ำเหลืองไหล แต่บางครั้งอาจพบความผิดปกติในบริเวณที่ไม่ได้สัมผัสกับ เครื่องสำอาง โดยตรงก็ได้ เช่น คันบริเวณเปลือกตา เนื่องจากแพ้สีทาเล็บที่ไปสัมผัสเปลือกตาโดยบังเอิญ

 สาเหตุของการเกิดอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ได้แก่

  • อันตรายจากตัวผลิตภัณฑ์ เช่น
  1. เป็น เครื่องสำอาง ที่เก่า เสื่อมสภาพแล้ว อาจเนื่องจากผลิตมาเป็นเวลานาน หรือการเก็บรักษาไม่ดีพอ
  2. เป็น เครื่องสำอาง ที่ไม่ปลอดภัย มีการลักลอบผสมสารห้ามใช้ จะสังเกตได้ว่ามักจะแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะไม่แสดงแหล่งผลิต หรือวันเดือนปีที่ผลิต
  3. สูตร ส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีผลิตไม่เหมาะสม
  • การใช้ผิดวิธี

ก่อนใช้ เครื่องสำอาง ควรอ่านวิธีใช้ที่ฉลากให้เข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ใช้ให้ถูกคน ถูกเวลา ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้าเป็น เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ หรือเครื่องสำอางควบคุม มักจะมีคำเตือนและข้อควรระวัง รวมทั้งการทดสอบการแพ้ก่อนใช้ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • การใช้ เครื่องสำอาง ผิดวิธี ได้แก่
  1. การโรยแป้งฝุ่นลงบนตัวทารกโดยตรง ผงแป้งจะฟุ้งกระจายไปทั่ว เมื่อเด็กสูดลมหายใจ จะได้ผงแป้งไปสะสมในปอด เป็นอันตรายต่อปอด
  2. การใช้ เครื่องสำอาง ในปริมาณที่มากเกินไป หรือบ่อยเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายได้
  3. เครื่องสำอาง ที่ระบุให้ใช้แล้วล้างออก ถ้าไม่ล้างออก ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน
  4. การใช้ผิดเวลา เช่น ระบุให้ทาก่อนนอน (เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับแสงแดด) หากทาในตอนกลางวัน เมื่อโดนแสงแดด ก็อาจเกิดอันตรายได้
  5. ใช้ เครื่องสำอาง แล้วไม่ปิดภาชนะบรรจุให้สนิท อาจมีฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคลงไปปนเปื้อนได้
  • ตัวผู้บริโภคเอง เช่น
  1. วัยของผู้ใช้ เด็ก และผู้สูงอายุ ผิวหนังจะบอบบางและแพ้ง่ายกว่าวัยอื่น
  2. ตำแหน่งของผิวหนัง ผิวหนังบริเวณใบหน้า โดยเแพ้รอบดวงตา/ริมฝีปาก จะบอบบางกว่าบริเวณอื่น อาจเกิดการแพ้ หรือระคายเคืองได้ง่าย
  3. การแพ้เฉพาะบุคคล เช่น แพ้น้ำหอม หรือสารกันเสีย บางชนิด
  4. ความประมาทในการใช้เครื่องสำอาง เช่น แชมพูเข้าตาเวลาสระผม / ใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น แล้วติดเชื้อโรคมาด้วย / แต่งหน้าขณะอยู่ในรถ อาจเกิดอุบัติเหตุได้

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!